จ.หนองคาย สักการะพระธาตุกลางน้ำ

นักท่องเที่ยวและพุทธศาสนิกชนเดินทางมาทำบุญไหว้พระและท่องเที่ยวที่จังหวัดหนองคายในช่วงวันหยุดยาวเทศกาลปีใหม่วันที่ 3 กันอย่างคึกคัก โดยเฉพาะที่พระธาตุกลางน้ำ ที่จมอยู่ในแม่น้ำโขง โผล่พ้นน้ำโขงกว่า 2 เมตร ให้นักท่องเที่ยวและพุทธศาสนิกชนได้สักการะ หลายครอบครัวถือโอกาสนำเถ้ากระดูกของญาติพี่น้องมาลอยอังคารในแม่น้ำโขงใกล้พระธาตุกลางน้ำด้วย

บรรยากาศการท่องเที่ยวและการทำบุญที่จังหวัดหนองคาย ในวันหยุดยาวช่วงเทศกาลปีใหม่วันที่ 3 ยังคงคึกคักตลอดทั้งวัน ไม่เฉพาะที่วัดโพธิ์ชัยพระอารามหลวง แต่ที่พระธาตุกลางน้ำหรือพระหล้าหนอง ซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวในตัวเมืองหนองคาย ก็เป็นอีกแห่งที่ได้รับความนิยมจากพุทธศาสนิกชน นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศเดินทางมาท่องเที่ยวเป็นจำนวนมากเช่นกัน โดยนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเป็นกลุ่มได้เหมาเรือนำเที่ยวลงไปสักการะในแม่น้ำโขงใกล้องค์พระธาตุกลางน้ำ ที่ขณะนี้ในส่วนของฐานได้โผล่พ้นน้ำโขงกว่า 2 เมตร ให้นักท่องเที่ยวและพุทธศาสนิกชนได้ชมและสักการะ นอกจากนี้หลายครอบครัวพร้อมญาติพี่น้อง ได้ถือโอกาสวันหยุดยาวนำเถ้ากระดูกญาติพี่น้องที่เสียชีวิตมาประกอบพิธีลอยอังคารในแม่น้ำโขงอีกด้วย

สำหรับพระธาตุหล้าหนองตามประวัติระบุว่า ในปี พ.ศ.19 พระมหาสังขวิชเถระ หนึ่งในคณะ 8 อรหันต์ ได้รับมอบพระบรมธาตุพระบาทเบื้องขวา 9 องค์ ไปประดิษฐานไว้ที่เมืองหล้าหนอง โดยสร้างอุโมงค์สำหรับประดิษฐานพระบรมธาตุไว้ใต้พื้นดิน ขนาดกว้าง ยาว ด้านละ 2 วา 2 ศอก สูง 3 วา แล้วเอาแผ่นเงินบริสุทธิ์รองพื้น ก่อนนำพระบรมธาตุบรรจุในผอบทองคำมาประดิษฐานไว้ในพระอุโมงค์นั้น ต่อมาในปี พ.ศ.2109 พระเจ้าไชยเชษฐาธิราช ได้นำข้าราชบริพารจากเวียงจันทน์มาร่วมชาวหนองคาย ตั้งค่ายอยู่ที่วัดธาตุ ทำการก่อสร้างพระมหาเจดีย์ครอบอุโมงค์หล้าหนองคายซึ่งก่อด้วยอิฐถือปูน รูปทรงแบบศิลปะล้านช้าง ฐานเจดีย์กว้าง 15.80 เมตร ตั้งชื่อว่า พระธาตุหล้าหนองคาย แต่ต่อมาน้ำโขงได้กัดเซาะตลิ่งพังเข้าถึงองค์พระธาตุทำให้พระธาตุพังลงในแม่น้ำโขง เมื่อวันศุกร์ ขึ้น 5 ค่ำ เดือน 9 พ.ศ.2390 ปัจจุบันอยู่ห่างฝั่งไทยประมาณ 180 เมตร ต่อมาเทศบาลเมืองหนองคายได้ร่วมกับชุมชนต่าง ๆ จัดสร้างพระธาตุหล้าหนององค์จำลองขึ้นโดยใช้งบประมาณ 38,650,000 บาท แล้วเสร็จเมื่อวันที่ 12 พ.ค.2549