ห่วงสุขภาพเด็กไทยเคลื่อนไหวร่างกายน้อย

เผยกลุ่มเด็กและเยาวชน อายุ 6-14 ปี ประสบภาวะอ้วนลงพุง และยังมีกิจกรรมทางกายลดลงต่อเนื่อง ขณะที่มีเด็กถึงร้อยละ 41 ที่มีพฤติกรรมเนือยนิ่งคือ ใช้เวลาอยู่หน้าจอโทรทัศน์ถึง 6 ชั่วโมงต่อวัน

ในฐานะประธานคณะกรรรมการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.) กล่าวถึงการประชุมคณะกรรมการกองทุน สสส. เมื่อเร็วๆนี้ ว่า ที่ประชุมได้เห็นชอบแผนยุทธศาสตร์ส่งเสริมกิจกรรมทางกาย (Physical Activity Promotion Plan) โดยตั้งเป้าหมายให้คนไทยมีกิจกรรมการทางกายเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 80 ในปี 2563 จากปัจจุบันในปี 2557 คนไทยมีกิจกรรมทางกายเพียงร้อยละ 67.6 และตั้งเป้าลดอัตราการชุกของภาวะน้ำหนักเกินและโรคอ้วนลงร้อยละ 10

สำหรับการทำงานในปี 2558 เน้นการเพิ่มกิจกรรมทางกายที่เหมาะสมกับทุกช่วงวัย การเพิ่มพื้นที่สุขภาวะในโรงเรียน สถานประกอบการ ชุมชน สาธารณะ ทางสัญจร และลดเวลาของพฤติกรรมเนือยนิ่งจากการนั่ง การอยู่หน้าจอ และการเดินทาง โดยเฉพาะกลุ่มเด็กและเยาวชน อายุ 6-14 ปี ซึ่งปัจจุบันถูกคุกคามจากภาวะอ้วนลงพุง และยังมีกิจกรรมทางกายลดลงต่อเนื่อง ขณะที่มีเด็กถึงร้อยละ 41 ที่มีพฤติกรรมเนือยนิ่ง คือ ใช้เวลาอยู่หน้าจอโทรทัศน์ถึง 6 ชั่วโมงต่อวันนอกจากนั้นมีพฤติกรรมเนือยนิ่งอื่นๆ อาทิ นั่งเรียนทั้งในเวลาและเรียนเสริมนอกเวลา เล่นเกมส์ เล่นโทรศัพท์มือถือ รวม 13.5 ชั่วโมงต่อวัน

“จากการวิจัยพบว่า หากเด็กในวัยเรียนมีกิจกรรมทางกายที่เพียงพอจะส่งผลต่อพัฒนาการทุกด้าน ทั้งด้านสมอง อารมณ์ และการอยู่ร่วมกันในสังคม สสส.จึงเน้นยุทธศาสตร์ไปที่กลุ่มเด็กและเยาวชน โดยร่วมกับภาคีเครือข่ายในการดำเนินงาน 2 โครงการ ได้แก่ 1. โครงการเพิ่มกิจกรรมทางกายในเด็ก(Active Play) ในพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศ อาทิ ขยายสนามเด็กเล่นแบบ Brain based สู่ศูนย์เด็กเล็กตั้งเป้า 200 แห่ง สร้างโรงเรียนส่งเสริมกิจกรรมทางกายต้นแบบ 100 แห่ง สร้างเครือข่ายโรงเรียนรักเดิน 20 แห่ง และ 2.โครงการสำรวจการมีกิจกรรมทางกายของเด็กไทย(Report Card) เปรียบเทียบกับประเทศอื่นๆ กว่า 40 ประเทศทั่วโลก ซึ่งคาดว่าจะสรุปผลสำรวจได้ในปี 2559 เพื่อนำผลการสำรวจไปใช้ขับเคลื่อนนโยบายร่วมกับรัฐบาล เพราะปัญหาขาดกิจกรรมทางกายของเด็ก เป็นระเบิดเวลาลูกใหม่ที่สังคมยังไม่ตระหนัก และต้องอาศัยความร่วมมือในการทำงานระหว่างกระทรวงที่เกี่ยวข้องอย่างจริงจัง”

ขอบคุณ สสส.